2558/09/01

มรดกโลกในเวียดนาม 8 : แหล่งภูมิทัศน์จางอัน

ประเภท : มรดกโลกแบบผสม (วัฒนธรรมและธรรมชาติ)
ปีที่ขึ้นทะเบียน : พ.ศ. 2557
ชื่อเป็นทางการ : แหล่งภูมิทัศน์จางอัน (Trang An Landscape Complex)
ที่ตั้ง : จังหวัดนิญบิ่ญ เวียดนาม
เรียบเรียง : นัชรี อุ่มบางตลาด  สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

แหล่งภูมิทัศน์จางอัน (Trang An Landscape Complex)

ความเป็นมาและความสำคัญ

แหล่งภูมิทัศน์จางอัน 
ภาพจาก : http://meracushotels.com/trang-an-bai-dinh-tour/#.VeWppfmqqko

แหล่งภูมิทัศน์จางอัน (Trang An Landscape Complex)  เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งท่องเที่ยวล่องเรือในถ้ำที่มีชื่อเสียงของเวียดนาม มีสภาพภูมิประเทศที่งดงามไปด้วยยอดเขาหินปูน หุบเขา และแม่น้ำหลายสาย เขาหินปูนบางส่วนจมอยู่ใต้น้ำ ล้อมรอบไปด้วยหน้าผาสูงชัน เป็นทัศนีย์ภาพอันสวยงาม

จากการสำรวจถ้ำที่ความสูงต่างระดับกันในภูเขาแถบนี้ ได้ค้นพบร่องรอยทางโบราณคดีที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ในช่วงระยะเวลาต่อเนื่องกันมานานกว่า 30,000 ปี ร่องรอยเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการดำรงชีพในภูเขาแทบนี้ในแต่ละฤดูกาล การเป็นนักล่า การปรับตัวของมนุษย์ในยุคนั้นให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดน้ำท่วมในพื้นที่แทบนี้จากระดับน้ำทะเลหลังจากการสิ้นสุดของยุคน้ำแข็ง แสดงให้ถึงเรื่องราวของการดำรงชีพของมนุษย์ดำเนินผ่านมาตั้งแต่ยุคหินใหม่ ยุคสำริด จนกระทั่งถึงยุคประวัติศาสตร์

แหล่งภูมิทัศน์จางอันที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนี้ มีพื้นที่ประมาณ 6,172 เฮกเตอร์ (61.72 ตารางกิโลเมตร) ยังรวมถึงพื้นที่เมืองโบราณฮัวลู (Hao Lu) เมืองหลวงเก่าของเวียดนามที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ประมาณคริสต์ศตวรรษที 10 และ 11 และวัด เจดีย์ ทุ่งนาและหมู่บ้านเล็ก ๆ ในบริเวณนี้อีกด้วย


วัดดิงห์เตียนฮว่าง (Đinh Tiên Hoàng) สร้างเป็นอนุสรณ์กษัตริย์ดิงห์เตียนฮว่าง 
ในเมืองโบราณฮัวลู เมืองหลวงเก่าของเวียดนาม
ภาพต้นฉบับโดย : Jean-Pierre Dalbéra
จาก http://www.flickr.com/photos/dalbera/4366422734/in/photostream/ 

ที่ตั้ง

แหล่งภูมิทัศน์จางอัน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของริมฝั่งสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดงในจังหวัดนิญบิ่ญ ประเทศเวียดนาม

การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

แหล่งภูมิทัศน์จ่างอาน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกมรดกโลกแบบผสม ทั้งทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 38 เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์  ด้วยข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาทางวัฒนธรรม 1 ข้อ และทางธรรมชาติ 2 ข้อดังนี้

หลักเกณฑ์ทางวัฒนธรรม
(v) เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของวัฒนธรรมมนุษย์ ขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งสถาปัตยกรรม วิธีการก่อสร้าง หรือการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งเสื่อมสลายได้ง่ายจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมตามกาลเวลา
หลักเกณฑ์ทางธรรมชาติ
(vii) เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดของการเป็นตัวแทนในวิวัฒนาการสำคัญต่างๆในอดีตของโลก เช่น ยุคสัตว์เลื้อยคลาน ยุคน้ำแข็ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาความหลากหลายทางธรรมชาติบนพื้นโลก
(viii) เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดในการเป็นตัวแทนของขบวนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทางธรณีวิทยาหรือวิวัฒนาการทางชีววิทยา และปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่กำลังเกิดอยู่ เช่น ภูเขาไฟ เกษตรกรรมขั้นบันได


อ้างอิง :
วิกิพิเดีย สารานุกรมเสรี. มูลนิธิวิกิพิเดีย. "แหล่งภูมิทัศน์จ่างอาน" [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา
http://th.wikipedia.org/wiki/แหล่งภูมิทัศน์จ่างอาน (25 มิถุนายน 2558).

UNESCO World Heritage Centre. "Trang An Landscape Complex" [online].  Available http://whc.unesco.org/en/list/1438 (25 June 2015).

Read more →

ธงชาติประเทศสมาชิกอาเซียน

เรียบเรียง : นัชรี อุ่มบางตลาด  สถาบัน กศน.ภาคเหนือ

รัฐบรูไนดารุสซาลาม

  

ธงชาติของรัฐบรูไนดารุสซาลามในปัจจุบัน ประกาศใช้อย่างเป็นทางการมาตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2502 มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีเหลือง มีอัตราส่วน 2:3  ภายในมีแถบสีขาวและสีดำวางพาดตามแนวทแยงจากมุมซ้ายบนไปยังมุมล่างด้านปลายธง โดยสีขาวอยู่บน สีดำอยู่ล่าง ตรงกลางธงนั้นมีภาพตราแผ่นดินของบรูไนดารุสซาลาม

เดิมนั้นรัฐบรูไนดารุสซาลามใช้ธงสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของรัฐมาโดยตลอด ตั้งแต่อยู่ในช่วงของการเป็นรัฐในอารักขาของสหราชอาณาจักร จนกระทั้งในปี พ.ศ. 2449 ได้มีการเพิ่มแถบคาดสีขาว-ดำ ลงบนธง เพื่อให้เกิดความแตกต่างจากธงอื่นที่ใช้สีเหลืองชัดเจนขึ้น และได้มีการแก้ไขแบบธงอีกครั้งโดยการเพิ่มรูปตราแผ่นดินลงบนกลางธงในปี พ.ศ. 2509 ดังปรากฏในปัจจุบันนี้
  • พื้นธงสีเหลือง หมายถึงกษัตริย์ (ธงประจำพระองค์ของสุลต่านแห่งบรูไน ใช้ธงพื้นสีเหลือง) 
  • สีขาวและสีดำ หมายถึงมุขมนตรีของประเทศบรูไน

ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia)

ธงชาติราชอาณาจักรกัมพูชา มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน ผืนธงแบ่งตามแนวยาวเป็น 3 ริ้ว โดยริ้วกลางนั้นเป็นพื้นสีแดง กว้าง 2 ส่วน มีรูปปราสาทหินนครวัดสามยอดสีขาวอยู่ตรงกลาง ริ้วที่อยู่ด้านนอกทั้งสองด้านนั้นกว้างริ้วละ 1 ส่วน พื้นสีน้ำเงิน ความหมายของสัญลักษณ์ในธงนั้นสะท้อนถึง 3 สถาบันหลักของประเทศ ดังปรากฏในคำขวัญประจำชาติว่า "ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์"
  • พื้นสีแดง หมายถึง ชาติ
  • ปราสาทนครวัดสีขาว หมายถึง สันติภาพและศาสนา
  • สีน้ำเงิน หมายถึง สถาบันพระมหากษัตริย์

สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia) 

ธงชาติสาธารณรัฐอินโดนีเซีย มีชื่อเรียกว่า "ซังเมราห์ปูติห์" (หมายถึง ธงขาวแดง) เป็นธงที่มีต้นแบบมาจากธงประจำ อาณาจักรมัชปาหิตในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน พื้นธงแบ่งเป็นสองส่วนตามแนวนอน 
  • ครึ่งบนสีแดง หมายถึงความกล้าหาญและอิสรภาพ 
  • ครึ่งล่างสีขาว หมายถึงความบริสุทธิ์ยุติธรรม
ธงชาติอินโดนีเซียนเหมือนกับธงชาติโมนาโคเกือบทุกประการ แต่ต่างกันที่สัดส่วนธงเท่านั้น 

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (The Lao People's Democratic Rebublic)

ธงชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แบบปัจจุบันเริ่มใช้มาตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2518 ซึ่งเป็นวันสถาปนา มีลักษณะเป็นธงพื้นสีคราม มีแถบแดงอยู่ด้านบนและล่าง กึ่งกลางของธงชาติมีวงเดือนสีขาว ธงนี้มีชื่อเรียกในภาษาลาวว่า "ธงดวงเดือน"
  • สีแดง หมายถึง เลือดแห่งการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของชาวลาว
  • สีน้ำเงิน หมายถึง ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ของชาติ
  • พระจันทร์สีขาว เป็นสัญลักษณ์ของดวงจันทร์ลอยเด่นเหนือลำน้ำโขง และหมายถึงเอกภาพของชาติภายใต้การปกครองของรัฐบาลพรรคประชาชนปฏิวัติลาว (พรรคคอมมิวนิสต์ลาว) หรือหมายถึงการกลับมารวมกันอีกครั้งของชาวลาวสองฝั่งโขง

มาเลเซีย (Malaysia)

ธงชาติมาเลเซีย เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ยาลูร์ เกมิลัง" (Jalur Gemilang) มีความหมายว่า ธงริ้วแห่งความรุ่งเรือง มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า พื้นสีแดงสลับสีขาวรวม 14 แถบ แต่ละแถบมีความกว้างเท่ากัน ที่มุมธงด้านคันธงมีรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีน้ำเงิน ภายในบรรจุเครื่องหมายพระจันทร์เสี้ยวและดาว 14 แฉก ที่มีชื่อว่า "บินตัง เปอร์เซกูตัน" หรือ "ดาราสหพันธ์"
  • แถบริ้วสีแดงและสีขาวทั้ง 14 แถบ หมายถึงรัฐในสหพันธ์รัฐมาเลเซีย ทั้ง 13 รัฐ และรัฐบาลกลางที่กรุงกัวลาลัมเปอร์
  • รัศมีดาวทั้ง 14 แฉก หมายถึงความเป็นเอกภาพในหมู่รัฐดังกล่าวทั้งหมด
  • พระจันทร์เสี้ยวหมายถึงศาสนาอิสลาม อันเป็นศาสนาประจำชาติ
  • สีเหลืองในพระจันทร์เสี้ยวและดาราแห่งสหพันธ์ คือ สีแห่งยังดี เปอร์ตวน อากง ผู้เป็นประมุข แห่งสหพันธรัฐ
  • ส่วนสีน้ำเงินนั้น หมายถึงความสามัคคีของชาวมาเลเซีย ซึ่งแต่เดิมสีนี้ใช้แทนความเชื่อมโยงระหว่างสหพันธรัฐมาเลเซียกับเครือจักรภพอังกฤษ

สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (Republic of the Union of Myanmar) 

ธงชาติสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์  มีลักษณะเป็นธงสามสีรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ภายในแบ่งตามแนวนอน ความกว้างเท่ากัน พื้นสีเหลือง สีเขียว และสีแดง เรียงตามลำดับจากบนลงล่าง กลางธงมีรูปดาวห้าแฉกสีขาวขนาดใหญ่ ธงนี้ได้เริ่มชักขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ความหมายของสัญลักษณ์ในธงชาติประกอบด้วย
  • สีเขียวหมายถึงสันติภาพ ความสงบ และความอุดมสมบูรณ์ของพม่า
  • สีเหลืองหมายถึงความสามัคคี
  • สีแดงหมายถึงความกล้าหาญ ความเข้มแข็ง เด็ดขาด
  • ดาวสีขาวหมายถึงสหภาพอันมั่นคงเป็นเอกภาพ

สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of Philippines)

ธงชาติสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 1 ส่วน ยาว 2 ส่วน ตอนต้นธงเป็นรูปสามเหลี่ยมสีขาว ภายในมีรูปดวงอาทิตย์รัศมี 8 แฉก ล้อมด้วยดาวห้าแฉก 3 ดวง ตามมุมของรูปสามเหลี่ยม รูปเหล่านี้เป็นสีทอง ส่วนทีเหลือของธงนั้นเป็นแถบแบ่งครึ่งตามด้านยาวของธง ครึ่งบนพื้นสีน้ำเงิน ครึ่งล่างพื้นสีแดง หากแถบทั้งสองสีนี้สลับตำแหน่งกัน คือ แถบสีแดงอยู่บน แถบสีน้ำเงินอยู่ตอนล่าง แสดงว่าประเทศฟิลิปปินส์อยู่ในภาวะสงคราม สัญลักษณ์ในธงชาติมีความหมายคือ
  • สามเหลี่ยมสีขาว คือ การเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพ
  • สีน้ำเงินและสีแดงแทนความหมาย คือ ความมีน้ำใจ และ ความกล้าหาญ
  • ดาวเหลืองดวงใหญ่ 8 แฉกแทนแคว้นเล็กทั้ง 8 ที่ต่อสู้กับสเปน ดาวเหลืองดวงเล็ก 5 แฉก 3 ดวง คือ เกาะใหญ่ ทั้ง 3 ได้แก่ ลูชอน มินดาเนา วิสายัน

สาธารณรัฐสิงคโปร์ (Republic of Singapore)

ธงชาติสาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน ประกอบด้วยแถบสองสีแบ่งครึ่งกลางธง แถบสีแดงอยู่ด้านบน แถบสีขาวอยู่ด้านล่าง ที่มุมธงบนด้านคันธงมีรูปพระจันทร์เสี้ยว ถัดจากรูปดังกล่าวมีรูปดาวห้าแฉก 5 ดวง เรียงเป็นรูปห้าเหลี่ยมด้านเท่า รูปเหล่านี้เป็นสีขาว ธงนี้เริ่มใช้ในปี พ.ศ. 2502 ซึ่งเป็นปีที่สิงค์โปร์ได้สิทธิปกครองตนเองจากจักรวรรดิอังกฤษ และถือเป็นธงชาติของรัฐเอกราช เมื่อสิงคโปร์ประกาศเอกราชในวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2508 ความหมายขององค์ประกอบต่างๆ ในธง อันได้แก่่
  • สีแดง หมายถึงภราดรภาพและความเสมอภาคของมนุษย์โดยทั่วหน้า
  • สีีขาว หมายถึงความบริสุทธิ์และความดีงา มที่แพร่หลายและคงอยู่ตลอดกาล
  • รูปพระจันทร์เสี้ยว ซึ่งเป็นจันทร์เสี้ยวข้างขึ้น หมายถึง ความเป็นชาติใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้น
  • ดาว 5 ดวง หมายถึงอุดมคติ 5 ประการของชาติ ได้แก่ ประชาธิปไตย สันติภาพ ความก้าวหน้า ความยุติธรรม และความเสมอภาค

ราชอาณาจักรไทย (Kingdom of Thailand)

ธงชาติไทย เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ธงไตรรงค์" มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้สีหลักในธง 3 สี คือ สีแดง ขาว และน้ำเงิน ภายในแบ่งเป็นแถบ 5 แถบ แถบในสุดสีน้ำเงิน ถัดมาด้านนอกทั้งด้านบนและล่างเป็นสีขาวและสีแดงตามลำดับ แถบสีน้ำเงินมีขนาดใหญ่กว่าแถบสีอื่นเป็น 2 เท่า
 ความหมายสำคัญของธงไตรรงค์นั้นหมายถึงสถาบันหลักทั้งสามของประเทศไทย คือ ชาติ (สีแดง) ศาสนา(สีขาว) และพระมหากษัตริย์ (สีน้ำเงิน) สีทั้งสามนี้เองคือที่มาของการเรียกชื่อธงนี้ว่าธงไตรรงค์ (ไตร = สาม, รงค์ = สี)

สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam)

ธงชาติเวียดนาม มีชื่อที่เรียกโดยทั่วไปอีกชื่อหนึ่งว่า "ธงแดงดาวเหลือง" เป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้าพื้นสีแดง กว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน ตรงกลางมีรูปดาวห้าแฉกสีเหลืองทอง 
  • สีแดงหมายถึง การต่อสู้เพื่อกู้เอกราชของชาวเวียดนาม 
  • สีเหลืองคือสีของชาวเวียดนาม 
  • ส่วนดาวห้าแฉกนั้น เป็นที่เข้าใจกันทั่วไปว่าหมายถึงชนชั้นต่างๆ ในสังคมเวียดนาม คือ นักปราชญ์ ชาวนา ช่างฝีมือ พ่อค้า และทหาร 
ภายหลังการรวมชาติเวียดนามในปี พ.ศ. 2519 ความหมายในธงได้มีการอธิบายใหม่ในทางการเมืองว่า 
  • สีแดงหมายถึงการปฏิวัติโดยชนชั้นกรรมาชีพ 
  • ดาวสีทองหมายถึงการชี้นำของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม

อ้างอิง:
"ธงอาเซียน 10 ประเทศ พร้อมประวัติและความหมาย". [ระบบออนไลน์].  แหล่งที่มา http://news.uasean.com/article/23/ (21 มิถุนายน 2558).

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. มูลนิธิวิกิมีเดีย."ธงชาติประเทศในทวีปเอเซีย" [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา http://th.wikipedia.org/wiki/หมวดหมู่:ธงชาติประเทศในทวีปเอเชีย (21 มิถุนายน 2558).
Read more →

2557/08/10

มรดกโลกในมาเลเซีย 4 : อุทยานแห่งชาติกูนุงมูลู

ประเภท : มรดกโลกทางธรรมชาติ
ปีที่ขึ้นทะเบียน :  พ.ศ. 2543
ชื่อเป็นทางการ : อุทยานแห่งชาติกูนุงมูลู (Gunung Mulu National Park)
ที่ตั้ง : รัฐซาราวัค ประเทศมาเลเซีย
เรียบเรียง : แก้วตา  ธีระกุลพิศุทธิ์

อุทยานแห่งชาติกูนุงมูลู (Gunung Mulu National Park)

ความเป็นมาและลักษณะทางธรรมชาติ

อุทยานแห่งชาติ (Gunung Mulu National Park) ตั้งชื่อตามภูเขามูลูซึ่งเป็นภูเขาที่สูงเป็นอันดับสองในรัฐซาราวักตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว เป็นอุทยานที่ตั้งอยู่ในบนเกาะบอร์เนียว รัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย มีความโดดเด่นทั้งในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และภูมิประเทศแบบคาสต์ (Karst topography) ซึ่งก็คือภูมิประเทศหินปูนสูงๆ ต่ำๆ มีหน้าผาสูงชัน ยอดแหลม ตะปุ่มตะป่ำ มักพบรอยแตกกว้าง ซึ่งพัฒนากลายเป็นถ้ำในแนวดิ่งหรือแนวอยู่ทั่วไป ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นโพรงยาว ปากถ้ำแคบ ภายในถ้ำกว้าง ผนังและเพดานถูกปกคลุมด้วยหินงอกหินย้อย ลักษณะภูมิประเทศดังกล่าวเกิดจากน้ำฝน น้ำใต้ดินละลายชั้นหินปูนซึ่งถูกกัดเซาะได้ดี
เดอะ พินนาเคิล ในอุทยานแห่งชาติกูนุงมูลู
ภาพจาก: en.wikipedia.org/wiki/Gunung_Mulu_National_Park

อุทยานแห่งชาติกูนุงมูลู ครอบคลุมพื้นที่ของภูเขามูลู มียอดเขาซึ่งเป็นภูเขาหินทรา เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด มีความ 2,376 เมตร รวมถึงถ้ำกว้างใหญ่ และถ้ำหลายขนาดที่เชื่อมโครงเป็นเครือข่ายถ้ำ มีถ้ำที่ได้สำรวจแล้วว่ามีความสวยงามน่าชม เป็นที่อยู่ของนกถ้ำและค้างคาวนับล้านตัว ตั้งอยู่ตามเส้นทางยาวอย่างน้อย 295 กิโลเมตร ถ้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ในอุทยานแห่งนี้ คือ  “ถ้ำซาราวัค แซมเบอร์” (Sarawak chamber) ซึ่งมีความยาว 600 เมตร กว้าง 415 เมตร และสูง 80 เมตร ยอดแหลมหินหน้าผาและซอก ซึ่งถูกกัดเซาะโดยธรรมชาติเขตร้อนเป็นรูปร่างต่าง ๆ ที่มีชื่อเสียงคือหินแหลมขนาดใหญ่ที่คมกริบราวกับมีดโกน ซึ่งถูกกัดกร่อนเป็นแอ่งลึก ซึ่งมีชื่อเรียกตามรูปร่างลักษณะว่า เดอะ พินนาเคิล (The Pinnacles)

ถ้ำซาราวัค แซมเบอร์ เดอะ พินนาเคิล ในอุทยานแห่งชาติกูนุงมูลู
ภาพจาก : http://puiplaza.blogspot.com/2014/02/blog-post.html

อุทยานแห่งชาติกูนุงมูลู เป็นแหล่งในการศึกษาภูมิประเทศแบบคาสต์ ความโดดเด่นของถ้ำแสดงให้เห็นประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยามากกว่า 1.5 ล้านปี และเป็นแหล่งศึกษาพืชเขตร้อนมากที่สุดในโลก มีพื้นที่ 52,864 เฮคเตอร์ (528.64 ตารางกิโลเมตร) ประกอบด้วยเขตพืชพันธุ์ไม้ 17 เขต มีพืชตระกูลวาสคูล่า (vascular) 3,500 สายพันธุ์ ต้นไม้ตระกูลปาล์ม 109 สายพันธุ์ใน 20 ตระกูล 
อุทยานแห่งชาติกุนุงมูลู ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ในปี 2000 จากยูเนสโก ในฐานะเป็นแหล่งขุมทรัพย์ทางธรรมชาติ ที่มีความหลากหลายมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก 

ที่ตั้ง

อุทยานกูนูงมูลูตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียวในรัฐซาราวัค ติดกับชายแดนของประเทศบรูไน

การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

อุทยานแห่งชาติกูนุงมูลู ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ในปี พ.ศ. 2543 ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 24 ที่ประเทศออสเตรเลีย โดยมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณามรดกโลกด้านธรรมชาติ จำนวน 4 ข้อ คือ
(vii) เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดของการเป็นตัวแทนในวิวัฒนาการสำคัญต่างๆในอดีตของโลก เช่น ยุคสัตว์เลื้อยคลาน ยุคน้ำแข็ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาความหลากหลายทางธรรมชาติบนพื้นโลก
(viii) เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดในการเป็นตัวแทนของขบวนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทางธรณีวิทยาหรือวิวัฒนาการทางชีววิทยา และปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่กำลังเกิดอยู่ เช่น ภูเขาไฟ เกษตรกรรมขั้นบันได
(ix) เป็นแหล่งที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์หายากหรือสวยงามเป็นพิเศษ เช่น แม่น้ำ น้ำตก ภูเขา
(x) เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดสัตว์และพันธุ์พืชที่หายากหรือที่ตกอยู่ในสภาวะอันตราย แต่ยังคงสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งรวมถึงระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ของพืชและสัตว์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจด้วย


อ้างอิง : 

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. มูลนิธิวิกิมีเดีย. “อุทยานแห่งชาติกุนุงมูลู” [ระบบออนไลน์].  แหล่งที่มา http://th.wikipedia.org/wiki/อุทยานแห่งชาติกุนุงมูลู (10 สิงหาคม 2557).

ศูนย์ข้อมูลมรดกโลก กระทรวงวัฒนธรรม.  “แหล่งมรดกโลก (ทั่วโลก)”.  [ระบบออนไลน์].  แหล่งที่มา http://www.thaiwhic.go.th/heritageList.aspx?states=1002 (6 สิงหาคม 2557).

“อุทยานแห่งชาติ กูนุงมูลู”.  [ระบบออนไลน์].  แหล่งที่มา http://www.uasean.com/kerobow01/274
(6 สิงหาคม 2557).

UNESCO World Heritage Centre. “World Heritage List” [online].  Available  http://whc.unesco.org/en/list/1013 (6 August 2014).
Read more →

มรดกโลกในลาว 2 : ปราสาทหินวัดพูและสิ่งก่อสร้างใกล้เคียงในแขวงจำปาสัก

ประเภท : มรดกโลกด้านวัฒนธรรม
ปีที่ขึ้นทะเบียน : พ.ศ. 2544
ชื่อเป็นทางการ : ปราสาทหินวัดพูและสิ่งก่อสร้างใกล้เคียงในแขวงจำปาสัก (Vat Phou and Associated Ancient Settlements within the Champasak Cultural Landscape)
ที่ตั้ง : แขวงจำปาศักดิ์ ประเทศลาว
เรียบเรียง : อุบลรัตน์ มีโชค

ปราสาทหินวัดพูและสิ่งก่อสร้างใกล้เคียงในแขวงจำปาสัก (Vat Phou and Associated Ancient Settlements within the Champasak Cultural Landscape)

ภาพจาก : adventuressetravels.wordpress.com/2012/05/29/laos-angkor-wat/

ความเป็นมาและความสำคัญ

ปราสาทหินวัดพู หรือวัดพู นครจำปาสัก ในอดืตเคยป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแหล่งอารยธรรมโบราณถึง 3 สมัยด้วยกัน คือ อาณาจักรเจนละในช่วงศตวรรษที่ 6-8 ค้นพบจารึกกล่าวถึงการฆ่าคนเพื่อบูชาแด่เทพเจ้า ต่อมาเป็นยุคของอาณาจักรขอมสมัยก่อนเมืองพระนคร เลือกบริเวณนี้เป็นที่สร้างปราสาทหิน และสุดท้ายอาณาจักรล้านช้างได้เปลี่ยนเทวลัยในศาสนาฮินดูให้เป็นวัดในพุทธศาสนานิกายเถรวาท

ปัจจุบันปราสาทหินวัดพู ถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวพุทธ เพราะว่านับตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมา ศาสนาพุทธได้เข้ามาแทนที่ศาสนาฮินดู ทำให้ศาสนสถานที่เคยเป็นของอาณาจักรขอมมาก่อนเปลี่ยนเป็นการทำพิธีกรรมของศาสนาพุทธ เช่น จะมีการจัดงานประจำปีวัดพู ในช่วงวันเพ็ญเดือน 3 ซึ่งตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

งานสถาปัตยกรรมปราสาทหินวัดพูจะคล้ายกับเขาพระวิหาร ปราสาทหินที่สวยที่สุดในประเทศลาวสิ่งที่แตกต่างกันคือภูมิประเทศ ด้านหลังปราสาทจะเห็นภูเขามองเห็นแต่ไกล รูปร่างคล้ายนมของผู้หญิงและคนเกล้ามวยผม ซึ่งเป็นที่มาของชื่อภูเขานี้ว่า “เขานมสาว”แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า“ภูเกล้า”
ภาพจาก : www.tourismlaos.org/show.php?Cont_ID=28

นอกจากความสูงของเนินเขาแล้ว ด้านล่างยังถูกโอบล้อมด้วยแม่น้ำโขง ทำให้อากาศเย็นตลอดปี  อาณาเขตของปราสาทหินวัดพู เริ่มต้นจากริ่มฝั่งแม่น้ำโดยมีบันไดทางขึ้นรถหลั่นกันขึ้นมา 3 ชั้น จนถึงองค์ประธานของปราสาทซึ่งอยู่บนสุด นอกเขตวัดมีบารายขนาดใหญ่ เมื่อเข้าไปในบริเวณวัด จะเห็นซากวังที่พระราชวงศ์สายจำปาสักให้สร้างขึ้น ถัดมามีบันไดทางขึ้นขั้นที่ตัดในแนวตะวันออก – ตะวันตก ทอดผ่านสระน้ำทรงสี่เหลี่ยม 2 แห่ง ชั้นกลางมีปรางค์ 2 หลังขนาบ  เหนือโคปุระหรือประตูทางเข้าทั้งสองเป็นทับหลังแกะสลักภาพนูนต่ำเล่าเรื่องราวในศาสนาฮินดู  จากลักษณะอันโดดเด่นของปราสาทหินวัดพูและสิ่งก่อสร้างใกล้เคียงทำให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งที่สองของประเทศลาว 
ภาพจาก : www.tourismlaos.org/show.php?Cont_ID=28

ที่ตั้ง

ปราสาทหินวัดพู ตั้งอยู่บนเนินเขาภู หรือเรียกกันว่าภูควาย ห่างจากตัวเมืองเก่าจำปาสักประมาณ 6 กิโลเมตร

การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

ปราสาทหินวัดพูและสิ่งก่อสร้างใกล้เคียงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 25  เมื่อปี พ.ศ. 2544 ที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ โดยมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณามรดกโลกด้านวัฒนธรรม ดังนี้
(iii) เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว
(iv) เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
(vi) มีความคิดหรือความเชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ หรือมีความโดดเด่นยิ่งในประวัติศาสตร์ 
              

อ้างอิง : 
ไทยรัฐออนไลน์. “ตำนานรัก...แห่งจำปาสัก อลังการงาน"บุนวัดพู 2013". [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา http://www.thairath.co.th/content/319456 (28  มิถุนายน 2557)

Voice TV. “เที่ยวปราสาทหินวัดพู ปราสาทหินที่เก่าแก่ที่สุดในโลก”.  [ระบบออนไลน์].  แหล่งที่มา http://shows.voicetv.co.thvoice-news/87555.html (1  กรกฎาคม  2557)

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. มูลนิธิวิกิมีเดีย. “ปราสาทหินวัดพูและสิ่งก่อสร้างใกล้เคียงในแขวงจำปาสัก”. [ระบบออนไลน์].  แหล่งที่มา http://.th.wikipedia.org/wiki/ (1  กรกฎาคม  2557)

บริษัท โอเชี่ยนสไมล์ทัวร์ จำกัด. “ลาวใต้ ปราสาทหินวัดพู ปราสาทวัดพู มรดกโลกแห่งลาวใต้”. [ระบบออนไลน์].  แหล่งที่มา http://www.oceansmile.com/Lao/Watphu.htm (28 มิถุนายน 2557)

UNESCO World Heritage Centre. “Vat Phou and Associated Ancient Settlements within the Champasak   Cultural Landscape” [online].  Available http://whc.unesco.org/en/list/481 (21 July 2014).
Read more →

มรดกโลกในเลาว 1 : เมืองหลวงพระบาง

ประเภท : มรดกโลกด้านวัฒนธรรม
ปีที่ขึ้นทะเบียน : พ.ศ. 2538
ชื่อเป็นทางการ :  เมืองหลวงพระบาง (Town of Luang Prabang)
ที่ตั้ง : แขวงหลวงพระบาง ประเทศลาว
เรียบเรียง : อุบลรัตน์  มีโชค

เมืองหลวงพระบาง (Town of Luang Prabang) 

ความเป็นมาและความสำคัญ

เมืองหลวงพระบางอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศลาวมาก่อนในยุคสมัยอาณาจักรล้านช้าง พระเจ้าฟ้างุ้มเป็นผู้รวบรวมแว่นแคว้นต่าง ๆ ของชนเผ่าไท-ลาวในเขตลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำคาน แม่น้ำอู ก่อตั้งอาณาจักรล้านช้างขึ้นมา โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่หลวงพระบาง ในช่วงปี พ.ศ. 1896-1916 โดยการช่วยเหลือของกษัตริย์ขอม (มเหสีของเจ้าฟ้างุ้ม คือพระราชธิดาของกษัตริย์ขอมในขณะนั้น) พร้อม ๆ กับเอาพุทธศาสนาเข้ามาแทนการนับถือผี

เดิมอาณาจักรล้านช้างมีชื่อเรียกว่า “เมืองชวา” อันเนื่องมากจากมีชาวชวาอาศัยอยู่มากกว่ากลุ่มอื่นพอประมาณปี พ.ศ. 1900 เปลี่ยนชื่อมาเป็น “เมืองเชียงทอง” กระทั่งกษัตริย์ขอมได้พระราชทานพระพุทธรูปองค์หนึ่งมีชื่อว่า“พระลาง” เป็นพระพุทธรูปศิลปะสิงหล เจ้าฟ้างุ้มจีงทรงเปลี่ยนชื่อเมืองเป็น “หลวงพระบาง”
หอพระบาง สถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปพระบาง
www.artphotoasia.net/southeast-asia/luang-prabang-images/

หลวงพระบางเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาที่โอบล้อม มีวัดวาอารามเก่าแก่มากมายและบ้านเรือนที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง (คนลาวเรียกว่าแม่น้ำของ) และแม่น้ำคานที่ไหลมาบรรจบกันเกิดเป็นแหลมกลางเมือง ด้วยเอกลักษณ์และความสวยงามของเมืองหลวงพระบางที่ได้รับอิทธิพลจากสมัยยุคล่าอาณานิคม ทำให้เมืองหลวงพระบางมีอาคารรูปแบบสถาปัตยกรรมโคโลเนียลสไตล์  รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีที่ยังคงสวยงามและสืบสานมาจนทุกวันนี้

เมืองหลวงพระบาง ภาพจาก : en.wikipedia.org/wiki/Luang_Prabang


หลวงพระบางซีงเคยเป็นเมืองหลวงและเป็นที่ประทับของกษัตริย์ลาวมาถึงศตวรรษที่ 16  ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดื จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้นไม่ใช่แค่บางจุดของเมือง แต่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทั้งเมืองหลวงพระบาง สาเหตุสำคัญที่ทำให้เมืองหลวงพระบางได้รับการยกย่องเป็นเมืองมรดกโลก คือ เมืองหลวงพระบางเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม ตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน ภูมิศาสตร์เมืองมีความโดดเด่นการวางผังเมืองมีเอกลักษณ์ และการดำรงรักษาสถาปัตยกรรมดั้งเดิม การคงสภาพเมืองไม่มีการเปลี่ยนแปลง
พระราชวังหลวงพระบาง ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์
ภาพจาก: travelcie.com/view/laos/royal-palace-luang-prabang

ที่ตั้ง

เมืองหลวงพระบาง ตั้งอยู่ทางเหนือของนครเวียงจันทร์

การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

เมืองหลวงพระบางได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม เมื่อเดือนธันวาคม  พ.ศ. 2538 โดยมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณามรดกโลกด้านวัฒนธรรมจำนวน 3 ข้อ คือ
(ii) เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมา ในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวน และภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใดๆ ของโลกซึ่งทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม
(iv)   เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
(v) เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของวัฒนธรรมมนุษย์ ขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งสถาปัตยกรรม วิธีการก่อสร้าง หรือการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งเสื่อมสลายได้ง่ายจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมตามกาลเวลา


อ้างอิง : 
คู่มือเที่ยวหลวงพระบาง. บทความ:เกี่ยวกับหลวงพระบาง. [ระบบออนไลน์].
แหล่งที่มา http://.go-Lao.com/blog/ (17 มิถุนายน 2557)

พระราชวังหลวงพระบาง.0221. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา http://www.thaigoodview.com/node/12876 
(28 มิถุนายน 2557)

สถานที่ท่องเที่ยวลาว. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา http://www.somsiritours. Com/?ContentID=ContentID-100623152424876 (28 มิถุนายน 2557)

UNESCO World Heritage Centre. “Town of Luang Prabang” [online]. 
 Available http://whc.unesco.org/en/list/479 (15 July 2014).
Read more →